วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วิธีดีที่สุดที่จะได้สารแอนติออกซิแดนท์

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า สารแอนติออกซิแดนท์สามารถป้องกันสุขภาพได้ สารเหล่านี้จะยับยั้งและซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดกับเซลล์อันเนื่องมาจาก อนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดขึ้นจากกระบวนการต่างๆของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติและจากการสัมผัสกับแสงอาทิตย์ จากการศึกษาวิจัย นักวิชาการเชื่อว่า สารแอนติออกซิแดนท์สามารถป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคตาซึ่งเกี่ยวข้องกับอายุ

การศึกษาโดยแบ่งกลุ่มอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งให้กินอาหารตามปกติเหมือนกันทั้ง 2 กลุ่มแต่ที่แตกต่างกันคือ กลุ่มที่ 1 ได้รับผัก ผลไม้ วันละ 6 หน่วยบริโภค (ประมาณ 500-600 กรัม) ส่วนกลุ่มที่ 2 ได้รับผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินและเกลือแร่แทนผักและผลไม้ นอกเหนือจากอาหารหลักที่ให้กินเหมือนกัน อาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่มได้รับการตรวจระดับความเสียหายที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น สารแอนติออกซิแดนท์และระบบภูมคุ้มกันทั้งก่อนและหลังโครงการ ซึ่งระยะเวลาที่อยู่ในโครงการ 25 วัน

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าผักผลไม้จะ ให้สารแอนติออกซิแดนท์ ที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คือ กลุ่มที่กิน ผัก ผลไม้ ร่วมด้วยจะมีระดับความเสียหายที่ถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างชัดเจน แม้ว่าความเสียหายที่เกิด
จากอนุมูลอิสระในกลุ่มที่ได้รับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะลดลงแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้กลุ่มเอนไซม์ที่สำคัญต่อระบบคุ้มกันยังเพิ่มขึ้นเฉพาะในกลุ่มที่กินผัก ผลไม้ อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาอื่นที่พบว่าความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระจะค่อยๆลดลงเมื่อกินผัก ผลไม้ เกินวันละ 10 หน่วยบริโภคขึ้นไป


กล่าวโดยสรุป การกินผัก ผลไม้ให้เพียงพอจะช่วยเพิ่มพลังการต่อต้านอนุมูลอิสระ เพราะมีทั้งสารแอนติออกซิแดนท์และสารพฤกษเคมีอื่นๆอีกหลายชนิดที่ทำหน้าที่เป็นสารแอนติออกซิแดนท์ การที่จะให้ได้สารดังกล่าวให้มากพอ จึงควรกินอาหารให้หลากหลายดังนั้นการกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงไม่ดีเท่ากับการกินจากอาหาร เนื่องจากมีข้อจำกัดในชนิดของสารแอนติออกซิแดนท์

ข้อมูลดีๆ จาก บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด บทความจากเดลินิวส์