มะเร็งมดลูก รพ.ศิริราช
มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในหญิงไทย จึงนับว่าเป็นมะเร็งที่มีความสำคัญที่สุด บ้านเรายังคงพบผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลามแล้วจำนวนมากซึ่งสร้างปัญหาต่อการรักษา ทั้งในด้านอัตราการหายจากโรค ภาวะแทรกซ้อนของการรักษาและผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งของครอบครัวและประเทศชาติอย่างมาก
สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก โรคนี้มักพบในกลุ่มผู้ป่วยที่มีฐานะยากจนและการศึกษาต่ำ จากการศึกษาพบว่าโรคนี้มีความเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ และการศึกษาถึงระบาดวิทยาของโรคพบว่าโรคนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น การมีความสำส่อนทางเพศ หรือพบร่วมกับการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์บางชนิด เป็นต้น
ปัจจุบันนักวิจัยตรวจพบว่าเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งปากมดลูก
โรคนี้ป้องกันได้หรือไม่ ? ดังได้กล่าวแล้วว่าโรคนี้มีลักษณะการเกิดคล้ายโรคทางเพศสัมพันธ์ สตรีใดที่มีความเสี่ยงต่อโรคทางเพศสัมพันธ์ย่อมมีความเสี่ยงต่อโรคนี้ได้สูง การเลี่ยงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงย่อมสามารถป้องกันโรคนี้ได้ ทั้งนี้มิได้หมายความเฉพาะฝ่ายสตรีเท่านั้น สามีมักเป็นผู้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำโรคนี้มาให้ภรรยา โดยการนำเอาเชื้อไวรัสที่เป็นตัวก่อโรคนี้มาให้ภรรยา แต่ที่สำคัญและแตกต่างจากมะเร็งชนิดอื่นก็คือ มะเร็งชนิดนี้มี “ระยะก่อนเป็นมะเร็ง” ยาว โดยทั่วไปตั้งแต่ได้รับเชื้อจนกลายเป็นมะเร็งเฉลี่ยระยะเวลาประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีทำให้มีการตรวจพบโรคด้วยการตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ระยะก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง ซึ่งการรักษาในระยะนี้เป็นการรักษาที่ง่ายกว่าภาวะแทรกซ้อนต่ำและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย จึงสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเหมือนการตรวจภายในทั่วไป ซึ่งควรตรวจในสตรีทุกรายที่เคยมีเพศสัมพันธ์ การตรวจมิได้มีความเจ็บปวดแต่อย่างไร เนื่องจากเครื่องมือที่ใช้ตรวจมีขนาดแตกต่างกันตามความเหมาะสมของผู้รับการตรวจในแต่ละราย แพทย์ผู้ตรวจเพียงแต่ป้ายเซลล์จากบริเวณปากมดลูก เพื่อนำไปย้อมและตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ก็สามารถบอกถึงเซลล์ ผิดปกติที่เกิดขึ้นในระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งสตรีสามารถรับการตรวจนี้จากคลินิกสูตินรีเวชและศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลทุกแห่ง ซึ่งค่าบริการค่อนข้างถูกมาก การรักษาในระยะนี้จะรักษาได้ง่ายและค่าใช้จ่ายต่ำและผู้ป่วยก็จะหายจากโรคไม่กลายเป็นมะเร็งปากมดลูก ในประเทศที่พัฒนาแล้วการคัดกรองด้วยวิธีนี้ได้ประสบความสำเร็จอย่างสูงทำให้ประเทศเหล่านั้นมีผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปากมดลูกน้อยมาก แต่ในประเทศเราการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากมีปัญหาหลายประการ ปัญหาสำคัญที่สุดเกิดจากสตรีไม่มารับบริการตรวจ ทั้งนี้อาจจะเกิดจากความอับอาย เกิดจากความกลัวความเจ็บปวด เกิดจากความเข้าใจผิดว่าทำไมจะต้องไปรับการตรวจโดยที่ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วผู้ป่วยระยะก่อนเป็นมะเร็งไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ประเทศเราพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกจำนวนมาก แนวทางแก้ไขที่สำคัญก็คือ การให้ผู้ป่วยมีเจตคติที่ดีและมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้
เมื่อเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วรักษาอย่างไร หายหรือเปล่า ? มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งซึ่งมีโอกาสรับการรักษาให้หายขาดจากโรคได้สูงเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น การรักษามะเร็งปากมดลูกมีการรักษาอยู่หลายวิธี วิธีการมาตรฐานและใช้ได้ผลดีมีอยู่ 2 วิธี ก็คือการรักษาโดยการผ่าตัด และการใช้รังสีรักษา แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินว่าผู้ป่วยรายใดเหมาะสมที่จะรับการรักษาแบบใด โดยพิจารณาถึงความเสี่ยงในการรักษาแต่ละวิธีและโอกาสที่จะหายจากโรคว่าวิธีใดสูงกว่ากัน สำหรับการผ่าตัดนั้นมักจะใช้ในผู้ป่วยที่อายุน้อยและมีความเสี่ยงต่อการดมยาสลบและการผ่าตัดต่ำ และมักจะใช้ในผู้ป่วยที่โรคยังจำกัดที่บริเวณปากมดลูกเท่านั้น สำหรับการรักษาทางรังสีนั้นสามารถที่จะให้การรักษาในผู้ป่วยทุกรายและทุกระยะของโรค เนื่องจากรังสีรักษาครอบคลุมบริเวณกว้างไม่ใช่เฉพาะบริเวณปากมดลูกเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงต่อมน้ำเหลืองต่าง ๆ ในบริเวณอุ้งเชิงกราน ซึ่งมะเร็งอาจจะกระจายไปบริเวณนั้นได้ เพราะฉะนั้นผู้ป่วยรายใดที่สามารถรับการรักษาโดยการผ่าตัดก็สามารถรักษาทางรังสีรักษาให้หายจากโรคได้เช่นกัน ปัญหาในการรักษามักจะเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่แพทย์ตัดสินให้รับการรักษาทางรังสีรักษา ผู้ป่วยบางรายได้รับข้อมูลผิด ๆ ว่ารังสีรักษาทำให้โรคกระจาย ทั้งนี้เนื่องจากผู้ป่วยหรือญาติหรือคนข้างบ้านเห็นผู้ป่วยมะเร็งชนิดอื่นซึ่งมักจะเป็นผู้ป่วยอยู่ในระยะสุดท้ายของโรคและได้รับการรักษาโดยรังสีรักษาแล้วไม่ได้ผล การรักษามะเร็งปากมดลูกโดยวิธีอื่น ๆ ก็มีที่ใช้บ้าง เช่น การรักษาโดยใช้ยาเคมีบำบัดซึ่งใช้ในผู้ป่วยบางรายที่มีการกระจายของโรคออกไปนอกเหนือจากบริเวณที่จะทำการผ่าตัดได้หรือฉายรังสีครอบคลุมไม่ได้หมด นอกจากนี้ยังมีการรักษาหลายวิธีร่วมกัน เช่น การรักษาโดยให้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการผ่าตัด การรักษาทางรังสีร่วมกับการผ่าตัด หรือการรักษาโดยยาเคมีบำบัดร่วมกับรังสีรักษา เป็นต้น ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาถึงแนวทางในการรักษาร่วมกับผู้ป่วยและญาติแต่ละราย ๆ ไป โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือหวังให้ผู้ป่วยหายจากโรคในอัตราสูงสุด
ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิราช


0 comments :
แสดงความคิดเห็น