รักษาฝ้า กระ
รักษาฝ้า กระ หรือรอยดำ
1. กระ หรือฝ้า คือรอยดำในชั้นผิวหนัง ซึ่งเกิดจากเซลล์ที่สร้างเม็ดสี ทำงานมากผิดปกติ ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน (เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจน ในเพศหญิง อาจทำให้เกิดฝ้า กระได้ระหว่างตั้งครรภ์ หรือผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิด อาจมีฝ้าหรือกระได้), ความเครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ แสงอุลตร้าไวโอเลต (Ultraviolet) ในแสงแดด ส่วนรอยดำบนผิวหนังอาจเกิดจาก รอยสิว การอักเสบหรือการระคายเคืองบนใบหน้า
2. ถ้าพยายามป้องกันสาเหตุดังกล่าว ( ถ้าสาเหตุนั้นป้องกันได้ ) ก็จะไม่ทำให้ ฝ้า กระ หรือรอยดำเข้มขึ้น เช่น ใช้ยาฉีดหรือวิธีอื่นในการคุมกำเนิด ( หลีกเลี่ยงยารับประทานในการคุมกำเนิด หรือเลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่มีผลต่อฝ้า กระ น้อยที่สุด ) หลีกเลี่ยงความเครียด และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทาครีมกันแดดให้ถูกต้อง
3. หลักในการทาครีมกันแดด มีดังต่อไปนี้
3.1) เลือกใช้ครีมกันแดดที่ถูกต้อง คือป้องกันได้ทั้งแสงอุลตร้าไวโอเลต ชนิด A และ B ( UVA และ UVB ) โดยครีมกันแดดที่ดีควรมีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ( ถ้าต้องอยู่ กลางแจ้งนาน เช่น มีกิจกรรมกลางแดด หรือต้อง
สัมผัสแดดตลอดเวลา ควรเลือกใช้ค่า SPF 60 ขึ้นไป )
3.2) ควรทาครีมกันแดด อย่างน้อยวันละ 2 รอบคือ เช้า และบ่าย เนื่องจากครีมกันแดดที่ใช้โดยทั่วไป มักอยู่
ปกป้องผิวหน้าได้เพียง 4-5 ชั่วโมง ต่อการทา 1 ครั้ง ดังนั้น การทาครีมกันแดดตอนเช้าเพียงครั้งเดียว ไม่สามารถ
ป้องกันแดดได้ตลอดวัน ในช่วงบ่าย ถ้าเป็นไปได้ ควรทาอีกรอบหลังล้างหน้า แสงอุลตร้าไวโอเลต มักจะแรงใน
ช่วงตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น
3.3) ถึงแม้ว่าจะทาครีมกันแดดแล้ว เวลาออกแดด ควรใช้ร่ม หรือหมวกร่วมด้วยเสมอ เป็นการป้องกันแสง
อุลตร้าไวโอเลต 2 ชั้น และความร้อนอาจทำให้ครีมกันแดดละลาย เปิดช่องว่างของใบหน้าต่อแสงแดดได้
4. การทำให้ฝ้า กระ หรือ รอยดำ จางลงมี 2 วิธีคือ
4.1) ใช้ยาทา เพื่อให้ ฝ้า กระ หรือรอยดำจางลง วิธีนี้ใช้เวลานานเป็นเดือน ๆ แล้วแต่การตอบสนองของผิวหนัง
แต่ละคนซึ่งจะตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกันไป บางรายดีขึ้นเร็ว บางรายอาจจะดีขึ้นช้า
4.2) การทำทรีทเม้นต์ ได้แก่ AHA ทรีทเม้นต์, Iontophoresis, การลอกหน้าด้วยกรดผลไม้, การกรอขัดผิว
(Microdermabrasion), Mesotherapy ซึ่งถ้าทำทรีทเม้มต์ ร่วมกับการใช้ยาทา จะทำให้รอยดำ ฝ้า กระ จางลงเร็ว
ขึ้น หน้าใสมากขึ้น


0 comments :
แสดงความคิดเห็น