กลิ่นตัว
กลิ่นตัวเกิดจากอะไร ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในผิวหนังของเรานั้นมีผิวชั้นหนังกำพร้าอยู่นอกสุด และหลุดลอกออกเป็นขี้ไคลตามกาลเวลา ส่วนลึกลงไปชั้นหนังแท้ซึ่งจะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมันอยู่ ต่อมไขมันบางบริเวณจะเป็นต่อมผลิตกลิ่นโดยเฉพาะ เช่น ต่อมที่รักแร้และขาหนีบต่อม ทั้งสองนี่แหละที่จะขับเหงื่อและไขมันออกมาที่ผิวด้านนอก และทำให้เกิดกลิ่นของบุคคลคนนั้นซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัว
กลิ่นที่ว่านี้เป็นกลิ่นธรรมชาติ พบได้ตั้งแต่แรกเกิดซึ่งจะเห็นว่าเด็กแรกเกิดก็จะมีกลิ่นหอมจางๆ นอกจากในรายที่แม่เอาไปทิ้งกองขยะที่อาจจะเหม็นคนแต่ละคนจะมีกลิ่นเฉพาะตัว แต่คนเรามีประสาทจมูกไม่ไว จึงอาจจะแยกไม่ออก ทราบแต่ว่ามีกลิ่นเหม็นเท่านั้นแต่ในสัตว์บางชนิด เช่น สุนัข ซึ่งมีประสาทจมูกดีมากจะสามารถแยกบุคคลได้ นอกจากนั้น กลิ่นตัวอาจแตกต่างตามเชื้อชาติ เช่น ในคนผิวดำจะมีกลิ่นตัวรุนแรงกว่าคนผิวขาว ซึ่งเกิดจากมีต่อมกลิ่นขนาดใหญ่และผลิตไขมันมาก กลิ่นตัวของคนจะแรงขึ้นเมื่อเข้าวัยรุ่น ซึ่งเป็นอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ และมีการปรับองค์ประกอบบางอย่างในไขมันที่ขับออกมากลิ่นตัวที่กล่าวนี้ยังเป็นกลิ่นปกติ ซึ่งถ้าเราดูแลความสะอาดอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ มีสุขลักษณะที่ดีละมีสุขภาพดีก็ยังเป็นคนที่น่าคบและมีเสน่ห์อยู่ แต่ถ้าเราดูแลความสะอาดไม่ดีหรือในบางคนที่มีเหงื่อหรือผิวขับไขมันมากหรือต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนทำให้ขับเหงื่อและไขมันมาก ก็จะเกิดความหมักหมมและเกิดกลิ่นตัวเหม็นได้ ทั้งนี้เกิดจากผิวที่มีเหงื่อและไขมันทำให้เกิดความชื้นทำให้เกิดการเปื่อยยุ่ยและลอกของผิวหนังซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นอาหารอย่างดีของเชื้อโรค ซึ่งแบคทีเรียและเชื้อราซึ่งมีเกาะอยู่แล้วที่ผิวหนังก็จะเจริญงอกงามเกิดการเน่าและกลิ่นเหม็นที่ผิวได้ ทำให้เกิดกลิ่นตัว บริเวณที่มักพบกลิ่นตัวแรงจึงมักเป็นที่ๆ อับชื้น เช่นเท้า หรือข้อพับเช่น รักแร้และต้นขา ซึ่งมีต่อมไขมันอยู่มาก
ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นตัวเหม็นก็คือการอาบน้ำทำความสะอาดตัวอย่างสม่ำเสมอคืออาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน มีเหงื่อไคลมากและต้องอาบอย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุมในร่างกายโดยเฉพาะบริเวณอับชื้นหรือข้อพับที่กล่าวแล้ว ในกรณีที่อาบน้ำดีแล้วยังมีกลิ่นตัวก็ต้องแก้ไข โดยทำให้เหงื่อหรือไขมันออกน้อยลงเช่นการใช้ยาระงับเหงื่อทาหรืออาจใช้สารส้มทาก็ได้อีก ทางหนึ่งก็คือการทำลาย เชื้อแบคทีเรียและ เชื้อโรคที่ผิวหนัง เช่น การใช้สบู่ผสมยาฆ่าเชื้อหรือการทายาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อราในบางรายอาจต้องใช้การรับประทานยาร่วมด้วยนอกจากกลิ่นตัวจากผิวไม่สะอาดแล้ว โรคภายในบางอย่าง เช่น โรคตับ โรคไตก็อาจทำให้มีกลิ่นตัวแปลกๆ ได้ ดังนั้นถ้าเราเกิดมีกลิ่นตัวก็ควรหมั่นดูแลความสะอาดหรือถ้าไม่แน่ใจก็มาปรึกษาแพทย์ก็ได้ก่อนที่ใครๆจะเดินหลีกห่างไกลและไม่มีเพื่อน


0 comments :
แสดงความคิดเห็น