วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551

แสงแดดกับการดูแลรักษาผิว

ผู้หญิงทุกคนย่อมปรารถนาที่จะมีผิวสวย ฤดูกาลที่เปลี่ยนไปมีผลให้ผิวเราถูกทำลาย ยิ่งช่วงหน้าหนาวหรือหน้าร้อนก็ควรทาผิวด้วยครีมหรือโลชั่นเพื่อรักษาความชุ่มชื้นอยู่เสมอ และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดในช่วง 9.00-15.00 น. เพราะแสงแดดจะทำลายผิวได้มากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่รังสียูวีจะตกมาถึงโลก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้โดนแสงแดดเลยนะคะ เพราะการสัมผัสแสงแดดอ่อน ๆ เพียงวันละ 15 นาที ตอนเช้าไม่มีผลต่อการทำลายสุขภาพผิวมากนักแต่กลับจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างวิตามินดี
ส่วนประกอบของเจ้ารังสีที่แผ่กระจายจากดวงอาทิตย์มีหลายชนิดเชียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
1. แสงอินฟาเรด (Infrared light)

2. แสงที่มองเห็นได้ (Visible light)
3. แสงอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet light) เจ้าตัวนี้มีผลต่อผิวสวย ๆ ของเรามากที่สุด แบ่งตามช่วงความยาวคลื่นได้ 3 ช่วงคือ - ยูวีเอ (UVA) เป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 320-400 นาโนเมตร ทำให้เกิดผิวคล้ำแดด เพราะแสงจะกระตุ้นการสร้างเมลานิน แต่ไม่ทำให้เกิดการอักเสบ
- ยูวีบี (UVB) เป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 290-320 นาโนเมตร ทำให้เกิดผิวเกรียมแดด และผิวหนังอักเสบ ผิวแก่ก่อนวัย และเกิดมะเร็งผิวหนัง
- ยูวีซี (UVC) เป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 180-290 นาโมเมตร โดยมากจะถูกดูดซับโดยก๊าซโอโซนในบรรยากาศไม่ตกลงมาถึงโลก (ดังนั้นแสงอัลตราไวโอเลตที่มาถึงโลกจะอยู่ในช่วงความยาวคลื่น 290-400 นาโมเมตร ซึ่งก็คือ UVA และ UVB )
ครีมกันแดด อาวุธคู่ผิวสวย Sunscreen หรือผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด เข้ามามีบทบาทในการดูแลผิวพรรณของพวกเราเป็นอย่างมาก เพราะผิวหนังที่ปราศจากสิ่งปกปิดเมื่อถูกแสงแดดเป็นเวลานาน จะเกิดการบวมแดงพองและลอกออกในที่สุด หรือเรียกง่าย ๆ ว่า "แดดเผา” (sunburn) แต่ถ้าเพียงทำให้ผิวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำชื้น เรียกว่าเกิด “ผิวสีแทน” (tanning) กรณีที่ถูกแดดจัด ๆ นาน ๆ นอกจากจะทำให้ผิวหนังบวมแดง พอง แล้ว อาจมีอาการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย มีไข้ร่วมด้วย


SPF คืออะไร ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor คือค่าความสามารถในการป้องกันรังสีว่านานเท่าใดผิวจึงจะปรากฏอาการแดงเมื่อทาผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบกับการไม่ทาผลิตภัณฑ์ เช่น ผิวโดนแสงแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด นาน 25 นาที ผิวจึงแดง แต่เมื่อทาครีมกันแดดแล้วจะใช้เวลานานขึ้นเป็น 375 นาที ผิวจึงแดง ค่า SPF ของครีมนั้นคือ 375/25 = 15 พูดง่ายๆ ว่าทาครีมนั้นแล้วผิวจะทนแสงนานขึ้น 15 เท่า (ไม่ใช่มากขึ้น 15 เท่า) สำหรับคนไทย ค่า SPF ที่เหมาะสม คือ SPF 15 แต่ปัจจุบันครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่านี้ก็มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ แน่นอนว่าความสามารถในการดูดซับรังสียูวีบีก็จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่มากนัก แต่ที่แน่ ๆ ราคาก็จะสูงตามไปด้วยแถมโอกาสแพ้ก็มากขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่พึงระลึกเสมอก็คือไม่มีผลิตภัณฑ์กันแดดตัวใดที่จะสามารถป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้ 100 %

วัน ๆ แทบไม่โดนแดด จำเป็นหรือไม่ต้องทาครีมกันแดด ? อุ๊ย ! อย่าเพิ่งชะล่าใจนะคะ เพราะแม้ว่ารังสียูวีบีจะถูกกรองออกไปได้ด้วยกระจก ไม่มีโอกาสมาแหยมที่ ๆ เราอยู่ แต่รังสีทุกชนิดอาจเข้ามาในบ้านที่เปิดประตูหน้าต่างไว้ด้วยกระแสลม สรุปได้ว่า ครีมกันแดดยังจำเป็นต้องทานั่นเอง