สวยด้วย..คอนแทคเลนส์?
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่า การใส่คอนแทคเลนส์หรือเลนส์สัมผัส เป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ไขสายตาผิดปกติที่นิยมกัน เพราะนอกจากจะเสริมบุคลิกภาพแล้วยังให้ความมั่นใจแก่ผู้ใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางสาขาอาชีพที่ไม่สามารถสวมแว่นตาได้ แต่ทราบหรือไม่ว่าการใส่คอนแทคเลนส์นี้เสี่ยงต่อการสูญเสียดวงตาได้
คอนแทคเลนส์ มีลักษณะเป็นพลาสติกใส บาง โค้ง กลม มีขนาดเล็ก ใช้แตะติดกับกระจกตาดำ เพื่อใช้ในการแก้ไขสายตาผิดปกติต่าง ๆ เช่น สายตาสั้น ยาว เอียง และยังใช้เปลี่ยนสีของตาเพื่อความสวยงาม รวมทั้งใช้รักษาโรคบางโรคของกระจกตา นอกจากนี้การใส่คอนแทคเลนส์ยังช่วยให้มองเห็นภาพได้กว้างกว่าและขนาดภาพใหญ่กว่าการใส่แว่นตาในผู้ที่มีสายตาสั้น ส่วนผู้ที่มีสายตายาวจะมองเห็นภาพเล็กกว่า
ชนิดของคอนแทคเลนส์
คอนแทคเลนส์ มีหลายชนิดขึ้นกับคุณสมบัติของวัสดุที่เลือกใช้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้
1.คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Contact lens) เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดแรกที่ใช้กัน ปัจจุบันนิยมใช้น้อยลง ผลิตจากพลาสติกชนิดแข็ง จึงทำให้ไม่รู้สึกสบายตาเมื่อสวมใส่ แต่มีข้อดีคือ ทนทาน มีอายุการใช้งานนานถึง 3 ปี และยังดูแลรักษาง่ายกว่าเลนส์สัมผัสชนิดนิ่ม ไม่โค้งตามรูปทรงของกระจกตา จึงสามารถแก้ไขสายตาเอียงได้บ้างบางส่วน
2.คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม เป็นเลนส์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ปัจจุบันผลิตจากพลาสติกซึ่งมีคุณสมบัติอมน้ำได้ ทำให้นิ่ม ยืดหยุ่นได้และออกซิเจนผ่านเข้าตาได้ดี ผู้สวมใส่จะรู้สึกสบายตา มีอายุการใช้งานสั้นกว่าเลนส์ชนิดแข็ง คือประมาณ 1-2 ปี แต่ต้องรักษาความสะอาดตามที่จักษุแพทย์แนะนำ มิฉะนั้นจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการติดเชื้อและการแพ้ได้
เลนส์สัมผัสชนิดนิ่มมีหลายชนิดให้เลือก ได้แก่
- ชนิดที่ถอดล้างทุกวัน เป็นชนิดที่ใช้กันทั่วๆไป
- ชนิดที่ใส่ค้างคืนได้หลายๆวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการถอดล้างทุกวัน เช่น เด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่ต้องอาศัยผู้อื่นถอดใส่เลนส์ให้
- ชนิดที่ใส่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง มีระยะใช้งานนาน 1-2 สัปดาห์ ไม่ควรใส่ต่อเนื่องโดยไม่ถอดเลนส์เลย ควรใส่ถอดล้างทุกวัน เมื่อครบ 1-2 สัปดาห์ จึงเปลี่ยนคู่ใหม่
- ชนิดที่แก้ไขสายตาเอียง
- ชนิดที่ใช้เปลี่ยนสีตาได้ เพื่อความสวยงาม มีหลายสี เช่น ฟ้า เขียว ม่วง เทา น้ำตาล
3.คอนแทคเลนส์ชนิดกึ่งนิ่มกึ่งแข็ง เป็นเลนส์ที่มีคุณสมบัติคล้ายเลนส์ชนิดแข็ง แต่สามารถให้ออกซิเจนผ่านเข้ากระจกตาได้ดีกว่า สวมใส่สบายตากว่าชนิดแข็ง เป็นการรวมข้อดีของเลนส์ชนิดแข็งและชนิดนิ่มมาไว้ด้วยกัน
คอนแทคเลนส์ มีหลายชนิดขึ้นกับคุณสมบัติของวัสดุที่เลือกใช้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้
1.คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Contact lens) เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดแรกที่ใช้กัน ปัจจุบันนิยมใช้น้อยลง ผลิตจากพลาสติกชนิดแข็ง จึงทำให้ไม่รู้สึกสบายตาเมื่อสวมใส่ แต่มีข้อดีคือ ทนทาน มีอายุการใช้งานนานถึง 3 ปี และยังดูแลรักษาง่ายกว่าเลนส์สัมผัสชนิดนิ่ม ไม่โค้งตามรูปทรงของกระจกตา จึงสามารถแก้ไขสายตาเอียงได้บ้างบางส่วน
2.คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม เป็นเลนส์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ปัจจุบันผลิตจากพลาสติกซึ่งมีคุณสมบัติอมน้ำได้ ทำให้นิ่ม ยืดหยุ่นได้และออกซิเจนผ่านเข้าตาได้ดี ผู้สวมใส่จะรู้สึกสบายตา มีอายุการใช้งานสั้นกว่าเลนส์ชนิดแข็ง คือประมาณ 1-2 ปี แต่ต้องรักษาความสะอาดตามที่จักษุแพทย์แนะนำ มิฉะนั้นจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการติดเชื้อและการแพ้ได้
เลนส์สัมผัสชนิดนิ่มมีหลายชนิดให้เลือก ได้แก่
- ชนิดที่ถอดล้างทุกวัน เป็นชนิดที่ใช้กันทั่วๆไป
- ชนิดที่ใส่ค้างคืนได้หลายๆวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการถอดล้างทุกวัน เช่น เด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่ต้องอาศัยผู้อื่นถอดใส่เลนส์ให้
- ชนิดที่ใส่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง มีระยะใช้งานนาน 1-2 สัปดาห์ ไม่ควรใส่ต่อเนื่องโดยไม่ถอดเลนส์เลย ควรใส่ถอดล้างทุกวัน เมื่อครบ 1-2 สัปดาห์ จึงเปลี่ยนคู่ใหม่
- ชนิดที่แก้ไขสายตาเอียง
- ชนิดที่ใช้เปลี่ยนสีตาได้ เพื่อความสวยงาม มีหลายสี เช่น ฟ้า เขียว ม่วง เทา น้ำตาล
3.คอนแทคเลนส์ชนิดกึ่งนิ่มกึ่งแข็ง เป็นเลนส์ที่มีคุณสมบัติคล้ายเลนส์ชนิดแข็ง แต่สามารถให้ออกซิเจนผ่านเข้ากระจกตาได้ดีกว่า สวมใส่สบายตากว่าชนิดแข็ง เป็นการรวมข้อดีของเลนส์ชนิดแข็งและชนิดนิ่มมาไว้ด้วยกัน
ดวงตาใดเหมาะกับคอนแทคเลนส์
ผู้ที่ต้องการใส่คอนแทคเลนส์ ควรได้รับการตรวจตาโดยละเอียด วัดสายตาและวัดความโค้งของกระจกตาจากจักษุแพทย์ก่อน จากนั้นจักษุแพทย์จะเลือกชนิดและขนาดของคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับสายตาของท่าน โดยให้ทดลองใส่ ตรวจดูเลนส์เมื่อใส่เข้ากับตาของท่านเรียบร้อยแล้ว สอนการถอด-ใส่ ทำความสะอาดและวิธีดูแลรักษาเลนส์
อย่างไรก็ตามควรล้างมือฟอกสบู่หลายครั้งก่อนทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ โดยการถูทั้งพื้นผิวนอกและผิวในด้วยน้ำยาทำความสะอาดสำหรับคอนแทคเลนส์ ก่อนแช่ในน้ำยาที่เปลี่ยนใหม่ทุกครั้งอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หลังจากล้างตลับแช่เลนส์แล้วทุกครั้ง
เมื่อจะนำคอนแทคเลนส์มาใส่ตา ควรล้างน้ำยาที่อาจตกค้างอยู่ในเนื้อเลนส์ด้วยน้ำเกลือสะอาดที่ปราศจากเชื้อขวดเล็กที่สุดเพื่อใช้ให้หมดเพียงครั้งเดียว เพราะหากใช้ขวดใหญ่อาจมีเชื้อโรคในอากาศเข้าไปเจริญเติบโตได้ เท่ากับเพิ่มโอกาสติดเชื้อเป็นแผลที่กระจกตาและอาจลุกลามจนถึงขั้นตาบอด หากมีการติดเชื้อโรคดื้อยาที่ไม่สามารถตอบสนองต่อการรักษาได้ อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนกระจกตาหรือผ่าตัดเอาลูกตาออก
ผู้ที่ต้องการใส่คอนแทคเลนส์ ควรได้รับการตรวจตาโดยละเอียด วัดสายตาและวัดความโค้งของกระจกตาจากจักษุแพทย์ก่อน จากนั้นจักษุแพทย์จะเลือกชนิดและขนาดของคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับสายตาของท่าน โดยให้ทดลองใส่ ตรวจดูเลนส์เมื่อใส่เข้ากับตาของท่านเรียบร้อยแล้ว สอนการถอด-ใส่ ทำความสะอาดและวิธีดูแลรักษาเลนส์
อย่างไรก็ตามควรล้างมือฟอกสบู่หลายครั้งก่อนทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ โดยการถูทั้งพื้นผิวนอกและผิวในด้วยน้ำยาทำความสะอาดสำหรับคอนแทคเลนส์ ก่อนแช่ในน้ำยาที่เปลี่ยนใหม่ทุกครั้งอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หลังจากล้างตลับแช่เลนส์แล้วทุกครั้ง
เมื่อจะนำคอนแทคเลนส์มาใส่ตา ควรล้างน้ำยาที่อาจตกค้างอยู่ในเนื้อเลนส์ด้วยน้ำเกลือสะอาดที่ปราศจากเชื้อขวดเล็กที่สุดเพื่อใช้ให้หมดเพียงครั้งเดียว เพราะหากใช้ขวดใหญ่อาจมีเชื้อโรคในอากาศเข้าไปเจริญเติบโตได้ เท่ากับเพิ่มโอกาสติดเชื้อเป็นแผลที่กระจกตาและอาจลุกลามจนถึงขั้นตาบอด หากมีการติดเชื้อโรคดื้อยาที่ไม่สามารถตอบสนองต่อการรักษาได้ อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนกระจกตาหรือผ่าตัดเอาลูกตาออก
ผลแทรกซ้อนจากการใส่คอนแทคเลนส์
ที่สำคัญคือ การดูแลรักษาความสะอาดเลนส์ เป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้ใส่เลนส์จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ปัจจุบันนี้มีน้ำยาที่ใช้ทำความสะอาดเลนส์ และแช่เลนส์เพื่อฆ่าเชื้อโรคหลายชนิด วิธีการใช้อาจแตกต่างกันไปบ้าง ฉะนั้นการเลือกใช้น้ำยา ควรดูวันหมดอายุและใช้ให้หมดขวดไม่เกิน 2 เดือนหลังจากเปิดขวดแล้ว ถึงแม้ว่าน้ำยาเหล่านี้จะมีสรรพคุณฆ่าเชื้อโรคต่างๆ แต่ก็ยังมีเชื้อโรคบางชนิดที่ไม่สามารถกำจัดได้ จึงควรระมัดระวังเต็มที่ในการใส่คอนแทคเลนส์ และควรศึกษารายละเอียดให้ทราบแน่นอนก่อนใช้ มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนจากการใส่คอนแทคเลนส์ได้ เช่น
1.กระจกตาขาดออกซิเจน จึงไม่ควรใส่นอน หรือใส่นานเกินไป
2.หลอดเลือดเข้ากระจกตา จากการที่กระจกตาขาดออกซิเจนหรือมีปฏิกิริยากับสารเคมีที่อยู่ในน้ำยาที่ใช้ล้างหรือแช่เลนส์สัมผัส
3.เยื่อตาอักเสบ จากสารเคมีที่อยู่ในน้ำยาล้างเลนส์ชนิดต่างๆ ที่มีความสามารถฆ่าเชื้อโรค
4.กระจกตาอักเสบติดเชื้อ พบเพิ่มมากขึ้น 10 - 20 เท่า หากใส่นอนค้างคืน มักพบในรายที่ใช้วิธีฆ่าเชื้อโรคด้วยสารเคมี นอกจากนี้การเกิดสิ่งสะสมบนเลนส์หรืออาการตาแห้ง จะทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น
ที่สำคัญคือ การดูแลรักษาความสะอาดเลนส์ เป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้ใส่เลนส์จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ปัจจุบันนี้มีน้ำยาที่ใช้ทำความสะอาดเลนส์ และแช่เลนส์เพื่อฆ่าเชื้อโรคหลายชนิด วิธีการใช้อาจแตกต่างกันไปบ้าง ฉะนั้นการเลือกใช้น้ำยา ควรดูวันหมดอายุและใช้ให้หมดขวดไม่เกิน 2 เดือนหลังจากเปิดขวดแล้ว ถึงแม้ว่าน้ำยาเหล่านี้จะมีสรรพคุณฆ่าเชื้อโรคต่างๆ แต่ก็ยังมีเชื้อโรคบางชนิดที่ไม่สามารถกำจัดได้ จึงควรระมัดระวังเต็มที่ในการใส่คอนแทคเลนส์ และควรศึกษารายละเอียดให้ทราบแน่นอนก่อนใช้ มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนจากการใส่คอนแทคเลนส์ได้ เช่น
1.กระจกตาขาดออกซิเจน จึงไม่ควรใส่นอน หรือใส่นานเกินไป
2.หลอดเลือดเข้ากระจกตา จากการที่กระจกตาขาดออกซิเจนหรือมีปฏิกิริยากับสารเคมีที่อยู่ในน้ำยาที่ใช้ล้างหรือแช่เลนส์สัมผัส
3.เยื่อตาอักเสบ จากสารเคมีที่อยู่ในน้ำยาล้างเลนส์ชนิดต่างๆ ที่มีความสามารถฆ่าเชื้อโรค
4.กระจกตาอักเสบติดเชื้อ พบเพิ่มมากขึ้น 10 - 20 เท่า หากใส่นอนค้างคืน มักพบในรายที่ใช้วิธีฆ่าเชื้อโรคด้วยสารเคมี นอกจากนี้การเกิดสิ่งสะสมบนเลนส์หรืออาการตาแห้ง จะทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น
ข้อควรระวังสำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์
ในรายที่มีอาการตาแห้ง เปลือกตาอักเสบ หรือเยื่อตาอักเสบจากสาเหตุต่างๆ ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์อย่างยิ่ง จึงควรได้รับการตรวจตาอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจว่าจะใส่คอนแทคเลนส์ได้หรือไม่นอกจากนี้ในปัจจุบัน ยังมีการโฆษณาใช้คอนแทคเลนส์แฟชั่นที่ทำให้ตาโต ตาหวาน หรือหลายสี เพื่อความสวยงาม ซึ่งควรพิจารณาให้ดีก่อนจะเลือกใช้ว่าเหมาะสมมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่ยังไม่ตระหนักถึงอันตรายต่อดวงตา ทั้งนี้เมื่อใส่คอนแทคเลนส์แล้ว หากมีอาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ควรรีบมารับการรักษาจากจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อดวงตาคู่สวยจะอยู่คู่ท่านไปอีก
ในรายที่มีอาการตาแห้ง เปลือกตาอักเสบ หรือเยื่อตาอักเสบจากสาเหตุต่างๆ ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์อย่างยิ่ง จึงควรได้รับการตรวจตาอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจว่าจะใส่คอนแทคเลนส์ได้หรือไม่นอกจากนี้ในปัจจุบัน ยังมีการโฆษณาใช้คอนแทคเลนส์แฟชั่นที่ทำให้ตาโต ตาหวาน หรือหลายสี เพื่อความสวยงาม ซึ่งควรพิจารณาให้ดีก่อนจะเลือกใช้ว่าเหมาะสมมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่ยังไม่ตระหนักถึงอันตรายต่อดวงตา ทั้งนี้เมื่อใส่คอนแทคเลนส์แล้ว หากมีอาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ควรรีบมารับการรักษาจากจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อดวงตาคู่สวยจะอยู่คู่ท่านไปอีก


0 comments :
แสดงความคิดเห็น